นิราศห้วงคำนึงถึงภูอ้อม ตอนที่ 3

นิราศห้วงคำนึงถึงภูอ้อม
ตอนที่3


                                                            ลงจากภูลู่ตรงไปข้างหน้า
รถราวิ่งสวนผ่านกันไปมา                  เหล่านกกาบินร่อนเล่นน้ำฝน
ถึงโรงเรียนโด่งดังอันเลื่องชื่อ               ที่ล่ำลือว่านักเรียนเก่งเหลือล้น
ทำให้หวนคิดถึงเพื่อนทุกคน              ที่สู้ทนฝ่าฟันร่วมกันมา
จำแยกย้ายไปตามหาความฝัน             ต้องจากกันต่อตามสิ่งปรารถนา
ต้องมีสักวันที่นำพา                            ต้องพบหน้ากลับมาเจอกัน
นึกถึงสมัยเมื่อยามก่อน                      เคยร่วมนอนเฮฮาพาสังสรรค์
เคยพบหน้าคร่าตากันทุกวัน               แสนจาบัลย์ห่างหันไปแสนไกล
โรงเรียนตึกใหญ่พึ่งสร้างใหม่           ชื่อไฉไลว่าพรชัยวิชชาลัย
ชื่อนี้คงตั้งจากชื่อครูใหญ่                   ไม่นานไปคงถึงตลาดสด
มีสิ่งของมากมายให้เลือกหา               ฉันนี้กล้ายืนยันไม่ได้ปด
ทั้งของแห้งของดองหรืองของสด       ก็มีหมดทุกอย่างตามประสงค์
ระหว่างทางก็ผ่านโรงน้ำแข็ง             ซึ่งเป็นแหล่งปั้นน้ำอยู่กลางดง
ตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ในพง                  รถวิ่งลงเนินสะเทือนหัวใจ
นั่งรถอีกไกลกว่าจะถึงม.                   รถสี่ล้อหมุนเคลื่อนเลื่อนตามไป
ทองฟ้าสีหม่นเริ่มสดใส                     ต่างกับหัวใจที่หม่นหมองมัว
เม็ดฝนเริ่มจางห่างหายเรื่อยเรื่อย        รถวิ่งเฉื่อยๆไปตามเส้นขัว
ถนนเปียกลื่นวิ่งด้วยความกลัว           แสงไฟสลัวจากรัฐบาล
ค่อยค่อยเขยื้อนเลื่อนทีละนิด             รถไม่ได้ติดเพราะอยู่กันดาร
ผู้คนอาศัยอยู่แบบบ้านบ้าน                   ก็คนอีสานจะอะไรมากมาย
มีน้อยใช้น้อยใช้สอยประหยัด           ของกินไม่ขัดหาได้โดยง่าย
มีชีวิตกินอยู่สบาย                              ไม่อดตายแน่นอนในถิ่นนี้
เมืองกาฬสินธุ์ได้ยินใครก็รู้                  ความเป็นอยู่ผู้คนนั้นแสนดี
ศิลปะหัตถกรรมไหมมัดหมี่              งานเลื่องชื่อฝีมือเลื่องลือนาม
กาฬสินธุ์ได้ชื่อว่าเมืองน้ำดำ              วัฒธรรมดังไกลทั่วเขตขาม
มีภูเขาต้มไม้แลสายน้ำ                      แสนงดงามน่าอยู่เป็นไฉน
ลองมาชมมาดูมาพักผ่อน                 มากันก่อนแล้วคุณจะติดใจ
ถ้าหากใครอยากเป็นเขตภูไท           ก็มาบอกฉันว่า ไอเลิฟยู
ดึงบทกลอนให้กลับมาเข้าเรื่อง       ในทางเบื้องหน้ารถเยอะน่าดู
เขาไปไหนกันฉันอยากรู้                  คงมุ่งสู่ปลายทางพ่อตอบมา
วัยรุ่นขับรถมาอย่างซิ่ง                      รถก็วิ่งแล่นแซงทั้งซ้ายขวา
มองเห็นไฟแดงแล้วข้างหน้า             แสนอ่อนล้าพึ่งมาได้ครึ่งทาง
ถึงตัวเมืองรถราก็เยอะหน่อย             ทั้งใหญ่น้อยขับเคลื่อนเบียดเสียดข้าง
เสียงผู้คนเจี๊ยวจ๊าวไม่อ้างว้าง            ตลาดสดไม่เคยร้างผู้คน
ไฟแดงเป็นสัญญาณว่าให้จอด           ฉันมองลอดเห็นผึ้งใหญ่กลางถนน
มองแล้วก็ตลกชอบกล                     ผึ้งหน้ามนเหลือแต่โคลงเหล็กสนิม
ผึ้งตัวใหญ่กลางสี่แยกไร้เนื้อหนัง      มันกำลังเกาะเสาไฟแล้วฝืนยิ้ม
ให้คิดถึงตุ๊กตาตัวนุ่มนิ่ม                   แก้มจิ้มลิ้มของหลานสาวตัวน้อย
น้องสาวยังคงรอให้พี่กลับ                ยังคงนับวันคืนเฝ้าคอย
วันหยุดพี่ก็กลับจงอย่าสำออย            เจ้าจงคอยมองซอยทางเข้าบ้าน
สัญญาณไฟเขียวเราเลี้ยวขวา           เพื่อมุ่งหน้าไปทำการศึกษา

ความคิดเห็น